คู่มือการใช้งาน INT Rx

คู่มือฉบับละเอียด ตั้งแต่ติดตั้งครั้งแรกจนถึงการปิดบัญชีสิ้นเดือน เขียนเรียงตามลำดับที่ร้านใช้งานจริง ไม่ใช่เรียงตามเมนู

ดาวน์โหลดโปรแกรม สอบถามทาง LINE
ปรับปรุงล่าสุดสำหรับรุ่น 4.85.0 · 15 กันยายน 2569

1. ติดตั้งและเปิดใช้ครั้งแรก

INT Rx เป็นโปรแกรมสำหรับ Windows ทำงานในเครื่อง ไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา

ขั้นตอนติดตั้ง

  1. ดาวน์โหลดไฟล์ INT-RX-เวอร์ชัน-Setup.exe จากหน้าดาวน์โหลด
  2. ดับเบิลคลิกไฟล์ที่โหลดมา ถ้า Windows ขึ้นหน้าจอสีน้ำเงินว่า “Windows protected your PC” ให้กด More info แล้วกด Run anyway
  3. กดถัดไปจนจบ โปรแกรมจะสร้างไอคอนบนหน้าจอและใน Start Menu ให้เอง
  4. เปิดโปรแกรม ครั้งแรกจะเข้าสู่ Free Trial 7 วัน ใช้ได้ครบทุกฟีเจอร์
ข้อมูลอยู่ในเครื่องของร้าน ไม่ได้ส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์ ยอดขาย ประวัติลูกค้า และข้อมูลแพ้ยาทั้งหมดอยู่ที่เครื่องที่ติดตั้ง การสำรองข้อมูลจึงเป็นหน้าที่ของร้าน ดูหัวข้อ 16

เปิดใช้ Professional

  1. ซื้อจากหน้าเว็บ แล้วจะได้ รหัส License ทางอีเมล
  2. ในโปรแกรม เข้า ตั้งค่า → License
  3. วางรหัสลงช่อง กรอกรหัส License แล้วกด เปิดใช้งาน

รหัสหนึ่งใบผูกกับเครื่องหนึ่งเครื่อง ถ้าจะย้ายไปเครื่องใหม่ ให้กด ถอด License ออกจากเครื่องนี้ ที่เครื่องเดิมก่อน แล้วค่อยเปิดใช้ที่เครื่องใหม่

การอัปเดต

โปรแกรมตรวจรุ่นใหม่ให้เอง เมื่อมีรุ่นใหม่จะขึ้นแถบแจ้งเตือนกลางจอด้านบน ซึ่งเห็นได้จากทุกเมนู กดปุ่มในแถบนั้นเพื่อติดตั้ง ข้อมูลไม่หาย

2. ตั้งค่าร้าน

ทำครั้งเดียวตอนเริ่ม ข้อมูลตรงนี้ไปโผล่บนใบเสร็จ ฉลากยา และรายงาน ขย.

ช่องใช้ทำอะไร
ชื่อร้านหัวใบเสร็จ หัวฉลากยา และหัวรายงาน ขย. ทุกแบบ
สาขา / ที่อยู่ที่อยู่บนใบเสร็จและใบกำกับภาษี
เลขที่ใบอนุญาตพิมพ์บนรายงาน ขย. ตามที่แบบฟอร์มกำหนด
เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการชื่อที่ลงในช่องลายมือชื่อของรายงาน ขย.
เบอร์โทรร้านพิมพ์บนฉลากยา เพื่อให้คนไข้โทรกลับได้
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีจำเป็นเมื่อออกใบกำกับภาษีเต็มรูป
คิดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)เปิดเมื่อร้านจดทะเบียน VAT แล้วเท่านั้น
เรื่อง VAT ที่ต้องเลือกให้ถูก ร้านขายปลีกที่จด VAT ต้องแสดงราคาที่ลูกค้าจ่ายจริง ไม่ใช่ราคาก่อนภาษีแล้วไปบวกตอนคิดเงิน โปรแกรมจึงแยกเป็นสามโหมด ถ้าไม่แน่ใจให้เลือกแบบ ราคารวมภาษีแล้ว ซึ่งเป็นแบบที่ร้านขายปลีกใช้ ส่วนแบบ ราคายังไม่รวมภาษี มีไว้สำหรับการขายส่งที่ตกลงราคากันก่อนภาษี

3. คลังสินค้าและทะเบียนยา

โปรแกรมมาพร้อมแคตตาล็อกยากว่า 2,900 รายการ เพิ่ม แก้ไข หรือลบได้ทั้งหมด

เพิ่มยาใหม่

เข้า คลังสินค้า → เพิ่มยา ช่องที่ควรกรอกให้ครบ

ช่องทำไมต้องกรอก
ชื่อยา (การค้า)ชื่อที่ใช้ค้นตอนขาย
ชื่อสามัญค้นได้อีกทาง และช่วยให้ระบบเตือนแพ้ยาทำงานแม่นขึ้น
หมวดหมู่สำคัญมาก เพราะเป็นตัวตัดสินว่าต้องลงบัญชี ขย. เล่มไหน
เลขทะเบียนยาเป็นช่องบังคับของหัวบัญชี ขย.
ผู้ผลิต · ขนาดบรรจุใช้เป็นหัวบัญชี ขย. เช่นกัน
ราคาทุน / ราคาขายทุนใช้คิดกำไร ถ้าไม่ใส่ รายงานกำไรจะไม่ตรง
วิธีใช้ประจำยาพิมพ์ลงฉลากอัตโนมัติ ไม่ต้องพิมพ์ซ้ำทุกครั้ง
บาร์โค้ดยิงสแกนแล้วขึ้นตะกร้าได้เลย ใส่ได้หลายรหัสต่อหนึ่งยา

หน่วยนับหลายชั้น — ขายยกกล่อง ตัดสต็อกเป็นแผง

ตั้งได้ว่ายาหนึ่งตัวมีหลายหน่วย เช่น แผง เป็นหน่วยฐาน และ กล่อง เท่ากับ 10 แผง เวลาขายเลือกหน่วยได้ในหน้าขาย ขาย 3 กล่อง โปรแกรมตัดสต็อกจริง 30 แผง

ถ้ายังไม่ได้ตั้งหน่วย โปรแกรมจะไม่เดาให้ การขายด้วยหน่วยที่ไม่มีในทะเบียนจะถูกปฏิเสธ ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ เพราะเดาตัวคูณผิดครั้งเดียวคือของหายทั้งกล่องโดยไม่มีใครรู้

ราคาส่ง 5 ระดับ

ตั้งราคาส่งได้ถึง 5 ระดับต่อยาหนึ่งตัว แล้วไปกำหนดที่ทะเบียนลูกค้าว่าใครอยู่ระดับไหน เวลาเลือกลูกค้าในหน้าขาย ราคาทั้งตะกร้าจะเปลี่ยนให้เอง ระดับไหนที่เว้นว่างไว้ จะใช้ราคาปลีกแทน ไม่ใช่ราคาศูนย์บาท

ล็อตและวันหมดอายุ

สต็อกเก็บเป็นล็อต แต่ละล็อตมีเลขล็อตและวันหมดอายุของตัวเอง เวลาขาย โปรแกรมตัดล็อตที่หมดอายุก่อนออกก่อน (FEFO) โดยอัตโนมัติ และไม่ยอมจ่ายล็อตที่หมดอายุแล้ว เว้นแต่จะเปิดอนุญาตอย่างตั้งใจ

4. รับยาเข้าและผู้ขาย

รับยาเข้าทีละรายการ

  1. เข้า รับยาเข้า เลือกผู้จำหน่าย
  2. เลือกยา ใส่จำนวน ราคาทุนต่อหน่วย เลขล็อต และวันหมดอายุ
  3. เพิ่มบรรทัดจนครบทั้งใบ แล้วกด รับเข้าคลัง
ใส่เลขล็อตกับวันหมดอายุทุกครั้ง เพราะเป็นข้อมูลที่ใช้ได้สามอย่าง ระบบจ่ายยาหมดอายุก่อน การเตือนยาใกล้หมดอายุ และการเรียกคืนล็อตเมื่อ อย. ประกาศ

อ่านบิลจากรูปถ่าย

ในหน้ารับยาเข้ามีปุ่มให้ถ่ายรูปหรือเลือกไฟล์รูปบิลจากผู้จำหน่าย โปรแกรมจะอ่านตัวอักษรจากรูปแล้วเติมรายการให้ ทำงานในเครื่องล้วน รูปบิลไม่ออกนอกเครื่อง

ผลที่อ่านได้เป็นเพียงข้อเสนอ ต้องตรวจก่อนกดรับเข้าเสมอ โดยเฉพาะจำนวนกับราคา ซึ่งเป็นสองช่องที่อ่านผิดแล้วกระทบสต็อกและต้นทุนทันที

5. ขายยาหน้าร้าน

  1. เข้า ขายยา พิมพ์ชื่อยา ชื่อสามัญ หรือยิงบาร์โค้ด
  2. กดที่ยาเพื่อใส่ตะกร้า ปรับจำนวนและหน่วยได้ในตะกร้า
  3. เลือกลูกค้า ถ้าเป็นลูกค้าประจำ ราคาจะเปลี่ยนตามระดับที่ตั้งไว้
  4. เลือกวิธีชำระ แล้วกด ชำระเงิน

วิธีชำระที่เลือกได้

  • เงินสด ใส่เงินที่รับมา โปรแกรมคิดเงินทอนให้
  • พร้อมเพย์ · โอน · บัตร บันทึกเป็นยอดเต็ม
  • ขายเชื่อ ใส่เงินที่จ่ายมาบางส่วนได้ ส่วนที่เหลือเข้าบัญชีลูกหนี้ ดูหัวข้อ 10
ชื่อผู้ซื้อเป็นช่องบังคับสำหรับยาบางกลุ่ม ยาควบคุมพิเศษ และยาอันตรายที่เภสัชกรติ๊กไว้ว่าต้องลงบัญชี ขย.11 จะปิดบิลไม่ได้ถ้ายังไม่ระบุชื่อผู้ซื้อ เพราะบัญชีที่ไม่มีชื่อผู้ซื้อคือบัญชีที่ไม่ครบตามกฎหมาย ปิดกฎนี้ได้ที่หน้าตั้งค่า สำหรับร้านที่บันทึกชื่อด้วยวิธีอื่น
ยาควบคุมพิเศษต้องมีใบสั่งยา ต้องติ๊กว่ามีใบสั่งและระบุชื่อผู้สั่งใช้ยา เพื่อให้ลงบัญชี ขย.12 ได้ ถ้าเป็นกรณีที่กฎหมายยกเว้น ต้องบันทึกเหตุผลไว้กับบิล ไม่ใช่กดข้ามเฉย ๆ

คืนเงินและคืนของ

เข้า บิลขาย หาบิลเดิม แล้วกดคืน คืนได้ทั้งบิลหรือเฉพาะบางรายการ ของที่คืนจะกลับเข้าล็อตเดิมที่จ่ายออกไป ไม่ใช่กองรวมกัน วันหมดอายุจึงไม่เพี้ยน

6. ระบบเตือนความปลอดภัย

คำเตือนทุกข้อสาวกลับไปหาแหล่งอ้างอิงได้ ไม่ได้มาจากการเดาของโปรแกรม

เตือนแพ้ยา

บันทึกประวัติแพ้ยาไว้ที่ทะเบียนลูกค้า เมื่อเลือกลูกค้ารายนั้นแล้วหยิบยาที่แพ้ลงตะกร้า จะมีแถบสีขึ้นเตือนก่อนปิดบิล เตือนทั้งเมื่อพิมพ์ชื่อการค้าและชื่อตัวยา

เตือนยาซ้ำซ้อน

ตรวจสามระดับ เรียงจากหนักไปเบา

ระดับหมายถึง
ตัวยาเดียวกันยาสองตัวในบิลมีตัวยาสำคัญตัวเดียวกัน เช่น ยาแก้หวัดสูตรผสมที่มีพาราเซตามอลอยู่ทั้งคู่
คู่เมแทบอไลต์ตัวหนึ่งเป็นสารที่ร่างกายเปลี่ยนมาจากอีกตัว เช่น ไฮดรอกไซซีนกับเซทิริซีน กินคู่กันคือได้ทั้งตัวแม่และตัวลูก
ซ้ำระดับกลุ่มคนละตัวยาแต่ออกฤทธิ์กลุ่มเดียวกัน เช่น ยาแก้อักเสบสองตัว
ปิดเตือนเฉพาะคู่ที่ตั้งใจจ่ายร่วมกันได้ เช่น คู่ที่ร้านจ่ายคู่กันเป็นประจำอยู่แล้ว กดปิดครั้งเดียวแล้วคู่นั้นจะไม่ขึ้นอีก คู่อื่นยังเตือนตามปกติ มีไว้เพื่อไม่ให้คำเตือนเยอะจนเลิกอ่าน ซึ่งอันตรายกว่าไม่มีคำเตือนเลย

ตรวจยากับภาวะพร่อง G6PD

บันทึกภาวะ G6PD ของลูกค้าได้สามแบบ ไม่ทราบ · ปกติ · พร่อง G6PD พร้อมระดับเอนไซม์ถ้ามีผลตรวจ เมื่อจ่ายยาที่มีข้อมูลความเสี่ยง จะขึ้นเตือนพร้อมระดับความเสี่ยง กดปุ่ม ตรวจยา G6PD ในหน้าขายเพื่อดูรายละเอียดได้ทุกเมื่อ

คู่มือหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร

ค้นยาแล้วดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ พร้อมแหล่งอ้างอิง ระบบนำเสนอข้อมูล ไม่ได้สั่งว่าจ่ายได้หรือไม่ได้ การตัดสินใจเป็นของเภสัชกรหน้าร้าน

7. แตกตัวยาสำคัญ

หัวข้อนี้สำคัญที่สุดในคู่มือทั้งเล่ม เพราะระบบเตือนทุกตัวในหัวข้อ 6 ทำงานได้เฉพาะกับสินค้าที่โปรแกรมรู้ว่าข้างในมีตัวยาอะไร

สินค้าที่ยังไม่ได้แตกตัวยา จะไม่มีคำเตือนใด ๆ เลย และความเงียบนั้นหน้าตาเหมือนกับ “ตรวจแล้วไม่เจอ” ทุกประการ นี่คือเหตุผลที่ควรทยอยทำให้ครบ โดยเริ่มจากสินค้าที่ขายบ่อยที่สุดก่อน

วิธีทำ

เข้าหน้าแตกตัวยาสำคัญ โปรแกรมจะเรียงคิวให้ตามยอดขาย ขายบ่อยที่สุดขึ้นก่อน แต่ละแถวเลือกได้ 4 ทาง

ปุ่มใช้เมื่อไร
ใช่ ตามนี้โปรแกรมเดาจากชื่อได้ถูกแล้ว กดยืนยัน
อ่านจากกล่องถ่ายรูปแผงตัวยาสำคัญข้างกล่อง โปรแกรมอ่านแล้วเติมให้
ระบุเองเลือกตัวยาและใส่ความแรงเอง ใช้กับสูตรผสมที่ต้องใส่หลายตัว
ไม่มีตัวยาสำคัญสำหรับของที่ไม่ใช่ยา เช่น หน้ากาก สำลี ผ้าก๊อต

ปุ่มอ่านจากกล่อง

  1. หยิบกล่องยา หันด้านที่มีหัวข้อ ตัวยาสำคัญ หรือ COMPOSITION ขึ้น
  2. กด อ่านจากกล่อง แล้วถ่ายรูปหรือเลือกไฟล์รูป
  3. รอประมาณครึ่งวินาที โปรแกรมจะเติมตัวยาและความแรงลงในช่องให้
  4. ตรวจให้ตรงกับกล่อง แล้วกด บันทึกตัวยา

โปรแกรมบอกด้วยว่าอ่านมาจากไหน

  • แถบเขียว อ่านจากใต้หัวข้อตัวยาสำคัญโดยตรง เชื่อได้มาก
  • แถบเหลือง ไม่เจอหัวข้อ จึงกวาดทั้งรูป ต้องตรวจให้ละเอียดกว่าปกติ
โปรแกรมไม่บันทึกให้เอง ต้องกดยืนยันทุกครั้ง เพราะตัวอ่านตัวอักษรอ่านผิดได้เสมอ และตัวยาที่ผิดจะถูกนับว่า “รู้แล้ว” แล้วเงียบไปตลอด ซึ่งแย่กว่าการไม่รู้
อย่าเดาจากชื่อยี่ห้อ ตัวอย่างจริงที่เคยเดาผิด Polizine เดาว่าโพรเมทาซีน ของจริงคือไฮดรอกไซซีน · Muflex เดาว่าโทลเพอริโซน ของจริงคือคาร์โบซิสเทอีน · Dertec เดาว่ามีคีโตโคนาโซล ของจริงมีสี่ตัวและไม่มีคีโตโคนาโซลเลย

8. ฉลากยา

พิมพ์ฉลากได้จากหน้าฉลากยาโดยตรง หรือกดพิมพ์ต่อจากบิลที่เพิ่งขาย ซึ่งจะดึงชื่อยา จำนวน และวิธีใช้ประจำยามาให้เอง

  • ใส่ชื่อคนไข้ ขนาดรับประทาน ความถี่ ก่อน/หลังอาหาร และช่วงเวลา
  • ใส่ข้อบ่งใช้และคำเตือนเพิ่มได้
  • สั่งพิมพ์หลายดวงพร้อมกันได้
โปรแกรมย่อตัวอักษรให้พอดีดวงก่อนพิมพ์ เพื่อไม่ให้บรรทัดท้าย ๆ หายไป ซึ่งมักเป็นบรรทัดคำเตือน

9. รายงาน ขย.9-13

ออกรายงานตามแบบฟอร์มของกฎหมาย เลือกเดือนหรือทั้งปีแล้วสั่งพิมพ์

แบบคือบัญชีอะไร
ขย.9บัญชีการซื้อยา — ดึงจากรายการรับยาเข้า
ขย.10บัญชีการขายยาควบคุมพิเศษ
ขย.11บัญชีการขายยาอันตราย
ขย.12บัญชีการขายยาตามใบสั่งยา
ขย.13รายงานการขายยาประจำปี สรุปรายการยา

ขอบเขตของ ขย.11

เลือกได้ว่าจะให้รายงานครอบคลุมแค่ไหน

  • อัตโนมัติ (ค่าตั้งต้น) ถ้าเภสัชกรติ๊กยาไว้แล้ว ใช้เฉพาะที่ติ๊ก ถ้ายังไม่ติ๊กเลย ใช้ยาอันตรายทั้งหมด
  • เฉพาะที่ติ๊กไว้ สำหรับร้านที่คัดเองครบแล้ว
  • ยาอันตรายทั้งหมด สำหรับร้านที่ต้องการให้ครอบคลุมที่สุด
ตรวจทานก่อนใช้จริงเสมอ รายงานสร้างจากข้อมูลที่ร้านคีย์เข้าไป ถ้าหมวดหมู่ยาตั้งผิด หรือไม่ได้ระบุชื่อผู้ซื้อ รายงานจะไม่ครบ ควรออกรายงานของเดือนที่ผ่านมาแล้วเทียบกับสมุดจริงอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนใช้งานจริง

10. ขายส่งและลูกหนี้

ตั้งค่าลูกค้าขายส่ง

เข้า ลูกค้า → แก้ไข แล้วตั้งสามอย่าง

ช่องความหมาย
ระดับราคาขายปลีก หรือขายส่งระดับ 1-5 ตามที่ตั้งราคาไว้ที่ตัวยา
เทอมชำระ (วัน)เช่น 30 วัน โปรแกรมคิดวันครบกำหนดให้เองตอนขายเชื่อ · 0 = เงินสด
วงเงินเครดิต (บาท)เว้นว่างหรือ 0 = ไม่จำกัด

ขายเชื่อ

เลือกลูกค้า เลือกวิธีชำระเป็น ขายเชื่อ ใส่เงินที่จ่ายมาบางส่วน (ถ้ามี) วันครบกำหนดจะถูกเติมให้ตามเทอมของลูกค้า และแก้ทับได้ถ้าตกลงกันเป็นรายบิล

ถ้าตั้งวงเงินไว้ จะมีแถบขึ้นบอกก่อนปิดบิล

  • แถบเขียว ยังอยู่ในวงเงิน พร้อมบอกว่าเหลือให้เชื่อได้อีกเท่าไร
  • แถบแดง บิลนี้ทำให้เกินวงเงิน พร้อมบอกว่าเกินไปเท่าไร
แถบแดงเป็นการบอก ไม่ใช่การห้าม ยังกดขายได้ เพราะการยอมให้ลูกค้าประจำเกินวงเงินสักบิลเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจของเจ้าของร้าน หน้าที่ของโปรแกรมคือทำให้ตัดสินใจโดยรู้ตัวเลข

ติดตามหนี้

หน้า ลูกหนี้ มีสองมุมมอง

  • อายุหนี้จากวันออกบิล ตารางเดิม บอกว่าเงินค้างมานานแค่ไหน
  • หนี้ที่เลยกำหนดแล้ว นับจากวันครบกำหนดจริง แบ่งเป็น ยังไม่ถึงกำหนด · เลยมา 1-30 · 31-60 · 61-90 · เกิน 90 วัน
ทำไมต้องมีสองมุมมอง ลูกค้าเทอม 60 วันที่ค้างมา 45 วัน ยังไม่ผิดนัดเลย แต่ลูกค้าเทอม 30 วันที่ค้างมา 45 วัน เลยกำหนดมาครึ่งเดือนแล้ว ตารางอายุหนี้แบบเดิมแสดงทั้งคู่ว่า “45 วัน” เท่ากัน มุมมองใหม่จึงเรียงคนที่ต้องโทรตามวันนี้ไว้บนสุด

รับชำระและใบวางบิล

  • กด รับชำระ ที่บิลนั้น ใส่จำนวนเงินที่รับมา รับบางส่วนได้ ระบบหักยอดค้างให้
  • กด ใบวางบิล ที่ชื่อลูกค้า เพื่อรวมทุกบิลที่ค้างเป็นเอกสารใบเดียว พร้อมเลขประจำตัวผู้เสียภาษีทั้งสองฝ่าย แล้วสั่งพิมพ์ได้

11. รายงานและการวิเคราะห์

ควรสั่งของอะไรเพิ่ม

การ์ดในหน้ารายงาน คิดจากยอดขายจริงของร้าน ไม่ใช่จากจุดสั่งซื้อที่ตั้งไว้ตายตัว ตั้งได้ว่า รอของกี่วัน และ อยากมีพอขายกี่วัน แล้วตัวเลขคิดใหม่ทันที

  • ด่วน ของจะหมดก่อนของใหม่มาถึง
  • ใกล้หมด พอขายได้อีกพักหนึ่ง แต่ควรสั่งแล้ว
  • ขายนาน ๆ ครั้ง โปรแกรมไม่พยากรณ์ให้ เพราะของที่ขาย 3 ชิ้นใน 90 วัน ไม่ได้แปลว่าขายวันละ 0.03 ชิ้น

มีป้ายบอก ขายเร็วขึ้น หรือ ขายช้าลง เทียบ 30 วันล่าสุดกับทั้งช่วง

ตัวเลขนี้ยังไม่ดูฤดูกาล ยาหวัดที่ขายดีหน้าฝนกับหน้าหนาว ตัวเลขจะตามไม่ทันในรอบแรก ใช้เป็นตัวช่วยเตือน ไม่ใช่ตัวสั่งซื้อแทน

จุดที่ควรเข้าไปดู

ชี้บรรทัดขายที่จำนวนหรือราคาหลุดจากกรอบปกติของรายการนั้นเอง ไม่ใช่การจับผิด แต่บอกว่าตรงไหนน่าจะคีย์พลาด ตั้งเกณฑ์ไว้ให้เหลือประมาณสัปดาห์ละหนึ่งจุด จะได้ไม่ยาวจนไม่มีใครเปิดดู

หน้าอื่น

  • วิเคราะห์ ยอดขายแยกตามหมวด วิธีชำระ ช่วงเวลา วันในสัปดาห์ และสินค้าที่ไม่ขยับ
  • การเงินร้าน ยอดขาย ต้นทุนขาย กำไรขั้นต้น และยอดค้างรับ
  • บิลขาย ค้นบิลย้อนหลัง พิมพ์ใบเสร็จซ้ำ และทำรายการคืน

12. ภาษีและเอกสารการค้า

  • ใบเสร็จรับเงิน / ใบกำกับภาษีอย่างย่อ พิมพ์ต่อจากการขายได้ทันที
  • ใบกำกับภาษีเต็มรูป ต้องมีชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของผู้ซื้อครบ ถ้าไม่ครบ โปรแกรมจะออกเป็นแบบย่อแทน
  • ใบเสนอราคา ออกให้ลูกค้าองค์กรก่อนขายจริงได้
  • รายงานภาษีขายและภาษีซื้อ สำหรับกรอกแบบ ภ.พ.30
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของร้านต้องกรอกที่หน้าตั้งค่าก่อน ส่วนของลูกค้ากรอกที่ทะเบียนลูกค้า มีช่องสาขาแยกไว้ด้วย เพราะนิติบุคคลที่มีหลายสาขาต้องระบุให้ถูกสาขา

13. ตรวจนับ ใบจอง เรียกคืนล็อต

ตรวจนับสต็อก

  1. กด เริ่มนับงวดใหม่ เลือกขอบเขตว่าจะนับทั้งร้านหรือเฉพาะบางหมวด
  2. เดินนับของจริง แล้วกรอกจำนวนที่นับได้ลงช่อง นับได้
  3. โปรแกรมแสดง ผลต่าง เทียบกับที่ควรมี
  4. กด ปิดงวดและปรับสต็อก เมื่อนับครบแล้ว
ระหว่างยังไม่ปิดงวด ขายต่อได้ตามปกติ ตัวเลขที่ควรมีจะขยับตาม ไม่ต้องปิดร้านเพื่อนับ

ใบจองสินค้า

ลูกค้าสั่งของที่ยังไม่มีในสต็อก บันทึกเป็น ใบจอง ไว้ก่อน เมื่อของเข้าครบ สถานะจะเปลี่ยนเป็น ของครบ พร้อมจ่าย แล้วกดเปิดบิลจากใบจองได้เลย

ตรวจสอบล็อต

เมื่อ อย. ประกาศเรียกคืนยาล็อตใดล็อตหนึ่ง ใส่เลขล็อตแล้วโปรแกรมจะบอกว่า ล็อตนั้นยังเหลือในคลังเท่าไร และขายออกไปให้ใครบ้าง เพื่อติดต่อกลับได้

14. พนักงานและสิทธิ์

เพิ่มผู้ใช้ได้หลายคน แต่ละคนมีรหัสผ่านและสิทธิ์ของตัวเอง ทุกบิลบันทึกว่าใครเป็นคนขาย และเภสัชกรคนไหนเป็นผู้ส่งมอบ

  • กำหนดได้ว่าใครขายได้ ใครแก้ราคาได้ ใครดูรายงานได้ ใครแก้ข้อมูลยาได้
  • ใส่ เลขที่ใบประกอบวิชาชีพ ของเภสัชกรได้ เพื่อให้ไปโผล่ในรายงาน ขย.
ยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษต้องให้เภสัชกรส่งมอบตามกฎหมาย เมื่อเปิดระบบพนักงานแล้ว โปรแกรมจะตรวจสิทธิ์ก่อนปิดบิล ไม่ใช่แค่ซ่อนปุ่ม

15. สาขาและเครื่องลูก

  • ทะเบียนสาขา เก็บชื่อ รหัส และที่อยู่ของแต่ละสาขา
  • ใบโอนออก / รับของเข้า โอนสินค้าระหว่างสาขาโดยยังคุมล็อตและวันหมดอายุไว้
  • เครื่องลูกในร้านเดียวกัน เปิดหลายเครื่องขายพร้อมกันได้ เครื่องลูกส่งบิลมาให้เครื่องแม่บันทึก ข้อมูลจึงอยู่ที่เดียว

16. สำรองและกู้คืนข้อมูล

ข้อมูลอยู่ในเครื่องของร้านเท่านั้น ถ้าเครื่องเสีย ฮาร์ดดิสก์พัง หรือเครื่องหาย ข้อมูลหายไปด้วย การสำรองจึงไม่ใช่เรื่องเผื่อไว้ แต่เป็นงานประจำ
  1. เข้า ตั้งค่า → สำรองข้อมูล
  2. กด ดาวน์โหลดไฟล์สำรองข้อมูล จะได้ไฟล์หนึ่งไฟล์
  3. เก็บไฟล์ไว้นอกเครื่อง เช่น แฟลชไดรฟ์ หรือไดรฟ์ออนไลน์

การกู้คืนใช้ปุ่ม นำเข้าไฟล์สำรอง ที่หน้าเดียวกัน

ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และควรลองกู้คืนใส่เครื่องทดสอบอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไฟล์ที่เก็บไว้ใช้ได้จริง ไฟล์สำรองที่ไม่เคยลองกู้คืน ยังไม่นับว่าเป็นไฟล์สำรอง

17. ปัญหาที่พบบ่อย

อาการสาเหตุและวิธีแก้
ปิดบิลไม่ได้ ขึ้นให้ระบุชื่อผู้ซื้อ ในบิลมียาที่ต้องลงบัญชี ขย. ให้เลือกลูกค้าหรือพิมพ์ชื่อผู้ซื้อก่อน หรือปิดกฎนี้ที่หน้าตั้งค่าถ้าร้านบันทึกด้วยวิธีอื่น
ขายไม่ได้ ขึ้นว่าของไม่พอ ทั้งที่เห็นว่ามีของ ของที่มีอยู่เป็นล็อตที่หมดอายุแล้ว ซึ่งโปรแกรมไม่ยอมจ่ายให้ ตรวจวันหมดอายุของล็อตนั้น
ขายไม่ได้ ขึ้นว่าไม่พบหน่วยที่เลือก ยังไม่ได้ตั้งหน่วยนั้นในทะเบียนยา ไปเพิ่มหน่วยพร้อมตัวคูณก่อน โปรแกรมจะไม่เดาให้
รายงาน ขย. ไม่มีข้อมูล หมวดหมู่ของยายังตั้งไม่ถูก ตรวจที่ทะเบียนยาว่าตั้งเป็นยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษไว้แล้วหรือยัง
ไม่มีคำเตือนยาซ้ำซ้อนเลย สินค้ายังไม่ได้แตกตัวยาสำคัญ ดูหัวข้อ 7 เริ่มจากสินค้าที่ขายบ่อยที่สุดก่อน
รายงานกำไรไม่ตรง ราคาทุนของยายังไม่ได้ใส่ หรือรับยาเข้าโดยไม่ใส่ราคาทุนต่อหน่วย
หนี้ขึ้นว่าเลยกำหนดทั้งที่เพิ่งขาย ยังไม่ได้ตั้งเทอมชำระของลูกค้ารายนั้น ระบบจึงถือว่าครบกำหนดวันที่ออกบิล ตั้งเทอมที่ทะเบียนลูกค้า
อ่านกล่องแล้วไม่เจอตัวยา ถ่ายใหม่ให้เห็นหัวข้อตัวยาสำคัญชัด ๆ เลี่ยงแสงสะท้อนบนกล่องมันวาว ถ้ายังไม่ได้ให้ใช้ปุ่มระบุเองแทน
เปิดโปรแกรมแล้วไม่ขึ้นหน้าต่าง โปรแกรมเปิดอยู่แล้ว ระบบตั้งใจให้เปิดได้ครั้งละหน้าต่างเดียว ดูที่แถบงานด้านล่าง

ติดต่อ